all

×

Error message

  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 245 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
  • Notice: Undefined property: view::$exposed_input in views_plugin_display_attachment->attach_to() (line 245 of /var/www/html/sites/all/modules/views/plugins/views_plugin_display_attachment.inc).
Ascended the Russian sky
POSTED BY travelbaradmin | Sunday, July 8, 2018 - 07:14
มหาวิหารเซนต์บาซิล (1)
 

มาคราวนี้ ตั้งใจไต่ตึกสูง ขึ้นไปกินลมชมวิว กิน-ดื่ม ตามใจฝันซะเป็นส่วนใหญ่ จึงขอตั้งธีมทริปนี้ว่า สู่ฟ้าฝันรัสเซีย...

 

แอโรฟลอต สายการบินแห่งชาติรัสเซีย ที่บินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ราวๆ 10 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินนานาชาติเชเรเมเตียโว (SVO) ซึ่งใกล้ใจกลางมอสโคกว่าสนามบินโดโมเดโดโว (DME) ที่ การบินไทย เพิ่งจะกลับมาบินตรง ยิ่งเชื่อมต่อด้วย AeroExpress รถไฟด่วนขบวนพิเศษจากชานชาลาสถานีสนามบินเพียง 35 นาทีก็ถึงสถานีเบโลรุส (Belorussky) แล้ว โรงแรมที่พักระดับกลางๆ เรียงรายอยู่ตลอดทางมุ่งหน้าสู่จัตุรัสแดง น่าจะมีสักแห่งที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ ยิ่งถ้าอยู่ใกล้สถานีมายาคอฟ (Mayakovskaya)  หรือพุชกิ้น (Pushkinskaya) ก็จะเพิ่มความสะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดิน (Moscow Metro) ทั้งระบบ 14 สาย ครอบคลุม 234 สถานีทั่วทั้งเมืองหลวง เผื่อท่านที่ทนความหนาวเหน็บของฤดูหนาวไม่ไหว เพราะจัดหนักทั้งลมกรรโชก ทั้งหิมะหนาเป็นฟุต จะถือโอกาสมุดใต้ดิน สำรวจความงามของสถาปัตยกรรมที่ถาโถมใส่ไว้ในแต่ละสถานีก็เป็นอีกทางออกของการท่องเที่ยวที่สวยไม่น้อย 

 
อาคาร State Historical Museu(2)
 

มุ่งหน้าไปยังจตุรัสแดง (Red Square) ก่อน แต่ไม่ได้เพื่อเยี่ยมชมพระราชวังเครมลิน (The Moscow Kremlin) มหาวิหารเซนต์ เบซิล (St. Basil’s Cathedral) หรือเดินผ่านอนุสรณ์สถานทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 จนพ้นแนวอาคารพิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่ แชมเบอร์ (Armoury Chamber) เพื่อไปยังมหาวิหารโดมทอง (Cathedral of Christ The Savior) เฉกเช่นทุกครั้ง หากแต่เมินความงามสุดคลาสสิกของศูนย์การค้ากุม (Gum) เดินผ่านโรงแรมโฟร์ ซีซั่น มอสโค ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโมดนึย ซีโซน (Moghnu Cezon) ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ตรงข้ามรัฐสภาดูม่า (The State Duma) เยื้องๆ กับโรงละครบอลชอย (Bolshoi Theatre) 

 
The  Moskva Cinema
 

ภัตตาคาร La Bella Societa ที่เปิดต้อนรับผู้ปรารถนาลิ้มรสชาติเสน่ห์ปลายจวักของพ่อครัวทั้งอเมริกัน และอิตาเลี่ยนบนชั้น 4 ที่อร่อยยิ่งขึ้นด้วยวิวจัตุรัสแดง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความทันสมัยใหม่ล่าสุดของรัสเซียครับ เพราะอาคารที่เชื่อมต่อกับโรงแรมระดับตำนานแห่งมอสโคทั้งชั้น ได้รับการปรับโฉมให้เฉิดฉายกลายเป็น The Moskva Cinema ก้าวแรกเมื่อพ้นจากบันไดเลื่อนก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับป่าบนตึก ที่ตกแต่งประดับประดาจนเป็นสวนเขียวขจีตลอดทั้งปี   แม้แต่ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิภายนอกอาคารติดลบหลายสิบองศา ประทับใจสบายตาตั้งแต่แรกพบเลย ลึกเข้าไปด้านในมีโรงหนังขนาดเล็กตั้งแต่เท่าห้องฉายหนัง ไปจนถึงโรงหนังปกติ และโรงหนังระดับสุดหรู รวมทั้งหมด 17 จอ เก้าอี้ที่นั่งในแต่ละโรงก็หลากหลาย โรงใหญ่ก็ใส่เก้าอี้ธรรมดา ห้องฉายขนาดเล็กๆ ก็มีทั้งโซฟาตัวเล็ก โซฟาตัวยาว เก้าอี้เบาะหนัง เก้าอี้นอน เตียงนอนเลยก็มีให้เลือกได้ตามอัธยาศัย ระบบภาพและเสียงเรียกว่าจัดเต็มอย่างพร้อมสรรพทีเดียว

หนังที่ฉายก็ทั้งใหม่ล่าสุดจัดฉายอยู่ในโรงขนาดใหญ่ๆ มีทั้งเสียงต้นฉบับ และพากย์ภาษารัสเซี่ยน ส่วนหนังปลายโปรแกรมก็มีรอบให้เลือกว่า สมาชิกต้องการดูตอนกี่โมง จองห้องฉายก่อน ก็ได้ดูแน่นอน ถ้ามีคนจองห้องฉายเต็มหมดแล้ว แต่เปิดช่องไว้ให้สมาชิกคนอื่นๆ เข้าร่วมชมได้ก็โชคดีไป ได้ดูร่วมกัน ถ้าเกิดคนมาก่อนจองแบบเหมาทั้งโรงเพื่อดูกันเป็นหมู่คณะ สมาชิกท่านอื่นๆ ก็ต้องไปจองห้องฉายอื่นที่ยังว่างอยู่ หรือจะเลือกดูเรื่องอื่นๆ แทนก็ตามสะดวก น้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยวมีหลากหลาย ป๊อปคอร์นมีให้เลือกถึง 4 รสชาติ  ได้ชิมรสคาราเมลโรยเห็ดทรัฟเฟิ้ล รสชาติไม่ค่อยคุ้นลิ้น  จะสั่งอะไร หรือดูหนังเรื่องไหน ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายหักลบออกจากมูลค่าเม็มเบอร์ที่เปิดไว้ ราคาขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 25,000 รูเบิ้ล (ประมาณ 15,000 บาท)

 
คาลิน่า บาร์ ( Kalina Bar)
 

มื้อค่ำย้ายถิ่นไปไต่ความสูงขึ้นไปอีกนิด แม้จะเป็นร้านอาหารในย่านอาร์บัต (Arbat District) ที่คุ้นเคย แต่โค้งแม่น้ำมอสโค (Moskva River) วันนี้สวยมาก เมื่อได้นั่งโต๊ะริมระเบียงของ คาลิน่า บาร์ (Kalina Bar) บนชั้น 21 โรงแรมล็อตเต้ มอสโค นับเป็นคู่แข่งของร้านกระต่ายขาวหรือ White Rabbit ที่อยู่ในมอสโคเช่นกัน ชนิดหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว เมนูหลากหลายสัญชาติ ที่ตั้งใจตอบสนองความต้องการลูกค้าชนิดที่ไม่ให้หลุดรอดไปฝากท้องไว้ร้านอื่น แต่ก็ไม่กล้าสั่งอาหารไทยหรอกนะ ได้แต่สั่งอาหารสัญชาติอื่น รสชาติอาหารดีเยี่ยม ราคาไม่ถึงกับโหดเลือดสาด ยิ่งพอคำนวณค่าเงินเป็นบาทแล้ว (รูเบิ้ลละประมาณ 60 สตางค์) ต้องถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลย  ร้านนี้เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยัน 6 โมงเช้า ขอแนะนำผู้นิยมถ่ายภาพแนว Time Lapse ซึ่งเป็นเทคนิคเหมือนการถ่ายทำภาพยนตร์แบบเร่งความเร็ว สามารถย่นระยะเวลาจาก ปี เดือน วัน ชั่วโมง มาเหลือเพียงนาทีได้ ... ให้มาปักหลักที่นี่ตั้งแต่ใกล้ค่ำยันย่ำสนธยาได้เลย ส่วนคนซุกซนอย่างผม อิ่มแล้วก็ลงมาเดินสำรวจถนน นิว อาร์บัต (New Arbat Avenue) สัมผัสบรรยากาศยามดึกๆ ของคนเมืองหลวงที่หลายร้านครึกครื้นจนน่าประหลาดใจ ลัดเลาะเรื่อยเปื่อยจนถึงถนนอาร์บัต (Arbat Street) ที่ปิดการจราจรตลอดถนน เพื่อปรับให้เป็นถนนคนเดิน สนุกสนานกันได้ทั้งวันและรื่นเริงกันได้ทั้งคืนจริงๆ

 

เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

 

ห่างจาก มอสโค เมืองหลวงปัจจุบันไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ราว 700 เกือบ 800 กิโลเมตร ถ้าขับรถยนต์ก็เกือบ 10 ชั่วโมง จะถึง เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (Saint Petersburg) อดีตเมืองหลวงเคยถูกเปลี่ยนชื่อไปใช้ เปโตรกราด (Petrograd) และ เลนินกราด (Leningard) ปัจจุบันกลับมาใช้ชื่อดั่งเดิมและเพิ่งเฉลิมฉลองอายุครบ 313 ปี เมืองริมแม่น้ำเนว่า (Neva River) ช่วงออกสู่ทะเลบอลติค (Baltic Sea) บริเวณปากอ่าวฟินแลนด์ (Gulf of Finland) แห่งนี้เป็นเมืองหลักที่เมื่อมาถึงรัสเซียแล้วก็ห้ามพลาดเด็ดขาด

ถ้าใช้บริการสายการบินภายในประเทศจากมอสโคก็มีให้เลือกวันละมากกว่า 50 เที่ยว ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว หากมีเวลาเหลือเฟืออยากล่องแม่น้ำโวลก้า (Volga River) แวะเที่ยวเมืองต่างๆ ริมสองฝั่งน้ำก็มีบริการเรือสำราญขนาดย่อมให้ได้พักค้างบนเรือ สว่างที่เมืองไหนน่าสนใจก็จอดให้ขึ้นไปสำรวจกันตามอัธยาศัย  แต่ก็ได้ตัดสินใจเลือกชมทัศนียภาพสองข้างทางรถไฟ  นั่งรถไฟความเร็วสูง (Sapsan) จากสถานีเลนินกราด (Leningradsky) ในมอสโค ราวๆ 4 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีมอสโค (Moskovsky Vokzal) ในเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว

 
อาคารพิพิธภัณ์เฮอร์มิเทจ (3)
 

เลือกนอนโรงแรมใกล้สะพานลิเทนึย (Liteyny Bridge) ไม่ไกลจากเหล่าหมู่อาคารพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (Hermitage Museum) อันเลื่องชื่อ แค่เดินลัดเลาะผ่านอนุสาวรีย์ปีเตอร์มหาราชบนหลังม้า (The Bronze Horseman) เท่านั้น สารภาพกันตรงๆ เลยว่า มากี่ครั้งก็ไม่เคยเก็บครบทุกห้องจัดแสดง มีอันต้องหลงไหลกับนิทรรศการที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดทั้งปี เพราะล้วนแล้วแต่คัดสรรมาดึงดูดเวลาและความสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานในห้องจัดแสดงประจำเลยจริงๆ ในบ่ายนั้นก็เช่นกัน

 
Azimut Sky Bar บนชั้น 18 ของโรงแรมอชิมุท เป็นที่ได้นั่งชมภาพพานอรามาของเมือง
 
โค้งแม่น้ำฟอนแทนก้า (Fontanka river) เห็นวิหารตรินิตี้โดดเด่นสวยงามจับใจ
 

ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า ได้ขึ้นลิฟต์ไปที่ Azimut Sky Bar บนชั้น 18 ของโรงแรมอซิมุท ที่มีกระจกล้อมรอบมิดชิด ได้ชมภาพพาโนราม่าของเมืองที่ได้ชื่อว่า มีความเป็นตะวันตกที่สุดของรัสเซีย มองจากเหนือโค้งแม่น้ำฟอนแทนก้า (Fontanka River) เห็นวิหารตรินิตี้โดดเด่นสวยจับใจ นั่งเพลินจนพลบค่ำ เครื่องดื่มราคาเบาๆ แต่บาร์เทนเดอร์มือหนักมาก บริกรสาวสวยคงเห็นเราไม่สันทัดภาษารัสเซี่ยน แต่สนใจ Happy Hours เหลือเกิน ก็แนะนำประสาคนอัธยาศัยดี มีโปรโมชั่นอะไรบอกหมด ยกให้เป็นมุมประทับใจที่ต้องกลับมาซ้ำแน่นอน

 
พระราชวังแคทเทอรีน (4)
 

เช้าวันรุ่งขึ้น ตระเตรียมไปพระราชวังแคทเธอริน (Catherine Palace) แต่เช้า หลังจากตัดสินใจเก็บพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace) ไว้กลับมาเข้าชมในฤดูร้อน การจราจรช่วงชั่วโมงเร่งด่วนไม่สาหัสสำหรับรถที่วิ่งออกไปพุชกิ้น (Pushkin) ซึ่งห่างจากเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กราว 30 กิโลเมตร อากาศช่วงสายๆ กำลังเย็นสบาย ก็ซื้อตั๋วเฉพาะเข้าชมสวนแคทเธอรีน (Catherine Park) ก่อน โดยเริ่มสำรวจกันตั้งแต่อาคารอาบน้ำน้อย (Lower Bath) วนรอบทะเลสาบบอลชอย (Bolshoy Prud) ไปจนถึงโรงอาบน้ำแบบเตอร์กีช (Turkish Bath Pavilion) ก่อนจะกลับมาผ่านแกลเลอรี่คาเมร่อน (The Cameron Gallery) เพื่อไปต่อแถวซื้อตั๋วเข้าชมห้องหับต่างๆ สุดอลังการในอาคารรอคโคโคสำหรับพักช่วงฤดูร้อน ซึ่งพระนางเจ้าแคทเธอรีนที่ 1 ดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี 1717

ความงามของพระราชฐานยังคงตราตรึงอยู่ในใจ แต่นั่นยังไม่สมเจตนารมณ์  เพราะต้องตบท้ายด้วยการปีนป่ายขึ้นไปยังบาร์บนชั้น 4 ของภัตตาคารโซชิ (Sochi) กลเม็ดเคล็ดลับที่จะไม่หลงไปผิดร้าน เพราะอาคารเดียวกันใช้ต้อนรับลูกค้าหลายกลุ่มหลายรูปแบบอยู่ ผมแนะนำให้ขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ จนถึงบาร์ชั้นบน จากนั้นจะผ่านด่านบาร์เทนเดอร์ใจดีขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้า แม้จะสูงแค่ 30 เมตร แต่นี่คือดาดฟ้าเปิดโล่งหนึ่งเดียวในย่านพุชกิ้น ชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ข้างเขตพระราชฐาน จึงเป็นจุดชมวิวที่เห็นส่วนหนึ่งของพระราชวังแคทเธอริน (Catherine Palace) อีกมุมก็เห็นพระราชวังอเล็กซานเดอร์ (Alexander Palace) อีกด้านจะเห็นโบสถ์เซนต์แคทเธอรีน (Church of St. Catherine Martyr) ตระหง่านงดงาม และยังสูงพอให้มองข้ามแนวป่าเขียวขจีไปไกลสุดลูกหูลูกตา จนเห็นทะเลสาบลาโดก้า (Lake Ladoga) กับอ่าวฟินแลนด์ (Gulf of Finland) อยู่ตรงเส้นขอบฟ้าลิบๆนั่นด้วย นอกจากอาหารหลากหลายเมนูและเครื่องดื่มที่ราคาย่อมเยาแล้ว ทางร้านเก็บค่าขึ้นชมวิวต่างหาก ซึ่งวิวก็สวยงามคุ้มค่าทั้ง 360 องศาเลย

 
โบสถ์แห่งหยดเลือด (Church of Christ's Resurrection)(5)
 
ก่อนกลับเข้าสู่มอสโคอีกครั้ง ยังได้เตร็ดเตร่ไปนมัสการไอค่อนในโบสถ์แห่งหยดเลือด (Church of the Savior on Spilled Blood) และสำรวจเกาะกระต่าย (Zayachy Island) อันเป็นชัยภูมิที่ตั้งของป้อม ปีเตอร์ และ พอล (Peter and Paul Fortress) ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเนว่า (Neva River) เมื่อข้ามสะพานเข้ามาแล้วก็ตรงไปยังจุดศูนย์กลางของเกาะ เพื่อเข้าชมและสักการะหลุมฝังพระศพราชวงศ์โรมานอฟด้านในมหาวิหารปีเตอร์ และ พอล (Cathedral of Holy Apostles Peter and Paul) ซึ่งจะเริ่มขายตั๋วตั้งแต่สิบโมงเช้า หลังจากนั้นค่อยไล่เรียงเข้าชมพิพิธภัณฑ์ว่าด้วยความสนใจเฉพาะกลุ่มที่อาศัยแนวกำแพงโบราณมาดัดแปลงเป็นส่วนจัดแสดง ซึ่งต้องตีตั๋วเพิ่มตามแต่ความสนใจล่ะครับ ถ้าต้องการเก็บครบ ก็ควรบริหารเวลาดีๆ จะเยี่ยมชมได้ครบทุกอาคารในวันเดียว แล้วมุ่งสู่เมืองมอสโคด้วยความอิ่มเอมใจ
 
When is the best time.... ? 
 

เวลาที่เหมาะเดินทางไปมอสโคและเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก คือ ประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนสิงหาคม กันยายนก็ยังสวยอยู่ แต่ก็เริ่มหนาวแล้ว เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะหนาวมาก ฤดูร้อนในกรุงมอสโกเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงสิงหาคมอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 12.1 องศาเซลเซียสถึง 24.3 องศาเซลเซียสโดยเดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดโดยทั่วไป

 
How do to get There?
 

กรุงเทพ - มอสโค

  • Thai Airways
  • Aeroflot
  • Emirate Airline
  • Ural Airlines

รถไฟความเร็วสูงจาก มอสโค-เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จองตั๋วที่ https://www.russiantrains.com

 
Where to stay ....?
 
มอสโค: Marriott Hotels Moscow‎, The Ritz-Carlton hotel ,Courtyard Moscow City Center, Renaissance Moscow Monarch Centre Hotel. เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก: Renaissance St. Petersburg Baltic Hotel, Red Star Hotel, Petro Palace Hotel
 
Where to see...?
 
Entertrianment:

The Moskva Cinema ดูรายละเอียดที่ www.kino-moscow.ru

 
Where to have...?
 
Food and drink:

Kalina Bar ดูรายละเอียดที่ http://kalinabar.ru/en/  

AZIMUT  Sky Bar  ดูรายละเอียด https://en.azimuthotels.com/Russia/azimut-hotel-saint-petersburg/restaurant/

ภัตตาคารโซชิ (Sochi)  ดูรายละเอียด http://svoy-ts.ru/en/mice/nashi-uslugi/ploshchadki/sochi/restorany-sochi.html

 
What is the Landmark ?
 
(1) มหาวิหารเซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral) หรือโบสถ์ลูกกวาด ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง สร้างโดยซาร์อีวานที่ 4  เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะจากพวกดาดาร์ในอัสตราคาน และคาซาน อาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม มี 9โดม ด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างรัสเซียโบราณ และยุโรปตะวันตก ผลงานที่ออกมาเป็นหอคอยสูง รูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้ และมีแสงจากปลายเทียน ส่วนด้านหน้าเป็นอนุสาวรีย์นักรบ คอสมา มินิน และเจ้าชายดมิทริ โปซาร์สกี้ ผู้นำกองทัพรัสเซียต่อต้านพวกโปล  ด้วยเอกลักษณ์รูปทรงที่มีลักษณะเป็นโดมรูปหัวหอม สีสันสดใส สะดุดตา ตั้งตระหง่านขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน ภายในก็ตกแต่งงดงาม แต่ละโดมจะตกแต่งแตกต่างกันไป ทางเชื่อมเป็นภาพลายผนังที่ลวดลายแปลกตา
 
(2) อาคาร State Historical Museum ที่จัตุรัสแดง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มอสโก นั้นสร้างขึ้นมาตามพระบัญชาของ จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 เปิดให้เข้าชมเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในวันเเรกตรงกับวันราชาภิเษกของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 สิ่งของที่จัดเเสดงในพิพิธภัณฑ์นั้นได้มาจากการบริจาคของบรรดาพ่อค้า เเละชนชั้นสูงจำนวนมาก ทำให้พิพิธภัณฑ์เเห่งนี้จัดว่ามีโบราณวัตถุจำนวนมากอีกเเห่งของยุโรป  ตัวอาคารนั้นมีการก่อสร้างในสถาปัตยกรรมเเบบโกธิค เเละโดดเด่นด้วยหอสูงที่งดงามน่าเกรงขาม
 
(3) อาคารพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (Hermitage Museum) และพระราชวังฤดูหนาว  เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย สร้างถวายพระเกียรติแด่กษัตริย์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 ที่พระองค์ทรงชนะสงครามนโปเลียนของฝรั่งเศส  เป็นที่เก็บรวบรวมของล้ำค่าจากทั่วโลกกว่า 3 ล้านชิ้น รวมทั้งภาพเขียนของจิตรกรเอกของโลก เช่น ลีโอนาโด ดาวินซี, ปีกัสโซ่, แรมบันด์, แวนโก เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีวัตถุล้ำค่าต่าง ๆ เช่น นาฬิการูปนกยูง แจกันมาลาไคท์ ศิลปวัตถุอียิปต์โบราณ และมัมมี่ ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากกว่า 1,050 ห้อง ณ สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับรับรองการเสด็จเยือนของรัชกาลที่ 5 ของไทยในการเจริญสัมพันธไมตรีไทย-รัสเซีย พร้อมทั้งทรงร่วมฉายพระรูปกับพระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ของสหพันธรัฐรัสเซีย
 
(4) พระราชวังแคทเทอรีน เป็นขุมทรัพย์ของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในอันวิจิตร ในปี 1717 ได้ชื่อตามพระนางแคทเธอรีนที่ 1 ในพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ต่อมาจักรพรรดินีนาถเอลิซาเบธ ซึ่งเป็นพระราชธิดาได้เปลี่ยนให้สถานที่นี้มีความยิ่งใหญ่ โดยมอบให้ Bartholomeo Rastrelli หัวหน้าสถาปนิกแห่งวังหลวงเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมดูแล ภารกิจของเขาคือ เพื่อแข่งขันกับพระราชวังแวร์ซายของปารีส ภายนอกอาคารมีสีขาวและสีฟ้าสดใสเผยให้เห็นถึงลวดลายการออกแบบและรูปทรงโดมสีทอง ภายในมีห้องสำคัญ เช่น โถงใหญ่หรือโถงแห่งแสง ประดับตกแต่งด้วยสีทองอลังการ  ห้องอำพัน ตกแต่งฝาผนังด้วยโมเสคสีอำพันที่งามอร่าม ภายหลังได้ก่อสร้างใหม่ด้วยความประณีตถึง 20 ปี ในมูลค่าถึง 12 ล้านดอลลาร์ ทดแทนห้องอำพันเดิม ซึ่งสูญเสียไปหลังจากการบุกรุกของนาซี พระราชวังและอุทยานนี้อยู่ห่างจากนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 25 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถไฟ ส่วนอุทยานเปิดให้เข้าชมทุกวัน ในส่วนของพระราชวังจะปิดทุกวันอังคาร
 
(5) โบสถ์แห่งหยดเลือด สร้างให้เป็นเกียรติแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้ประกาศเลิกทาส ด้วยความหวังดีต่อประชาชน ปรากฏว่าชาวรัสเซียไม่เข้าใจ เพราะหลังเลิกทาส ชาวนากลับมีความเป็นอยู่ที่จนลง เป็นผลให้พวกชาวนารวมตัวกันว่าแผนปลงพระชนม์ โดยส่งหญิงชาวนาผู้หนึ่งติดระเบิดพลีชีพวิ่งเข้ามาขณะพระองค์เสด็จผ่าน ต่อมาบริเวณถนนที่เกิดเหตุนั้นถูกสร้างโบสถ์ครอบไว้ กลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้ ด้านในของโบสถ์มีความละเอียดที่ยิ่งใหญ่อลังการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ มีลวดลายของกระเบื้องโมเสกอันโด่งดังน่าประทับใจ เมื่อมาถึงรัสเซียก็ต้องมาดู ไอคอน ให้ได้ ชาวยุโรยังยกย่องว่าโบสถ์แห่งหยดเลือดเป็นเอกลักษณ์ของรัสเซียเลยทีเดียว

กระเบื้องโมเสกที่ประดับอยู่บนผนังบนพื้นที่รวมกว่า 7,500 ตารางเมตร โดยมีการแสดงภาพในศิลปะที่หลากหลาย รวมถึงแบบสมัยใหม่นิยมและแบบไบแซนไทน์ กระเบื้องโมเสกอันวิจิตรเหล่านี้แสดงเรื่องราวต่างๆ จากคัมภีร์ไบเบิล ลองมองหาภาพพระเยซูทรงถือพระวรสาร ซึ่งถอดแบบมาจากงานของจิตรกร นิโคไล ฮาร์ลามอฟ เมื่อมองไปที่บนหลังคาโดมของโบสถ์ จะมองเห็นพระคริสต์ทอดพระเนตรลงสู่โบสถ์เบื้องล่าง นอกจากนี้ ยังมีภาพของ อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี วีรบุรุษคนสำคัญของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและรัสเซียทั้งประเทศ ในภาพโมเสกอันยิ่งใหญ่ภาพหนึ่งได้อีกด้วย

 
Why choose to visit....?
 
ปัจจัยเสริมที่ทำให้เลือกไปเยือนรัสเซีส
 
มีอารมณ์สนุกในการล้อการเมือง

เห็นได้ชัดว่าคนรัสเซียไม่ต้องห่วงเรื่องการสนุกมีอารมณ์ขันกับปูติน และใบหน้าของเขาก็อยู่ที่เสื้อยืด หรือบนตุ๊กตาไม้ในร้านขายสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว 

 

มีสถานีรถไฟที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

รถไฟใต้ดินของกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีสถานีรถไฟที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก  ที่สถานีรถไฟใต้ดิน Avtovo จะพบว่ารอบๆ ตัวล้อมรอบไปด้วยกระจกประดับ เสาหินอ่อน และโคมไฟระย้าหรูหรา ในอีกมุมหนึ่งของสถานีรถไฟใต้ดิน Komsomolskaya   ที่น่าทึ่งของฉากคลาสสิกหรือรายละเอียดของอาร์ตเดโค หรืองานสลักเสลาที่เป็นเกียรติแก่คนงาน ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินยังมีประสิทธิภาพและราคาถูก 

 
สุดท้ายเกี่ยวกับคนรัสเซีย
คนรัสเซียส่วนใหญ่ใจดี อ่อนโยน แต่เข้มแข็ง จากสภาวะทางบ้านเมือง ภูมิอากาศ ผลักดันให้ต้องแข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกันเป็นคนที่รักศิลปะ ดนตรี การแสดง และทุกคนมักมีพื้นฐานบัลเล่ย์ 
 
travelbaradmin's picture
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Sunday, July 8, 2018 - 07:14
PLAN YOUR TRIP
DEALS & BOOKING
6

Comments

COMMENTS
ADD A COMMENT
Image CAPTCHA
RELATED FEED
POSTED BY travelbaradmin | Monday, December 25, 2017 - 05:26
Andaman's Ranong-Myummar
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Tuesday, May 22, 2018 - 04:37
Ban Jabo village, Mae Hong Son
LEAVE A COMMENT
POSTED BY Web admin | Wednesday, June 6, 2018 - 12:59
BEAUTIFUL RIDE IN UTHAI THANI
LEAVE A COMMENT